ลดน้ำหนักอย่างถูกวิธีช่วยให้รูปร่างดีขึ้น

Mixed race woman jogging with mp3 player

Mixed race woman jogging with mp3 player

การควบคุมอาหารเป็นเคล็ดลับอย่างหนึ่งที่ทำให้การลดน้ำหนักเพื่อรูปร่างสวยเป็นไปได้ง่ายดายขึ้น แต่หลายครั้ง การควบคุมอาหารของใครหลายคนกลับไม่สำเร็จผล นั่นเพราะคุณอาจจะมีความเข้าใจเรื่องควบคุมอาหารแบบผิดวิธีก็เป็นได้นะ เพราะฉะนั้น มาทำความเข้าใจกันเสียไหมดีกว่าว่าจะควบคุมอาหารอย่างไรให้ถูกต้องและทำให้รูปร่างเพรียวสวยสมใจได้

ควบคุมอาหารผิดเวลา
ยุคปัจจุบันนี้ผู้คนหันมาทานอาหารผิดเวลากันทั้งนั้น โดยมักอดอาหารมื้อเช้าแล้วมาทานหนักมื้อเย็นและมื้อดึกๆ เป็นการควบคุมอาหารที่ผิดเวลาอย่างมาก สำหรับใครที่ต้องการลดน้ำหนักควรหันมาเน้นทานอาหารเช้าให้มากที่สุดดีกว่า หนักอาหารมื้อเช้าและกลางวัน ลดอาหารในมื้อเย็นโดยทานผักผลไม้แทนหรือนมไขมันต่ำจะช่วยทำให้การลดน้ำหนักเป็นไปดีขึ้นมากกว่า

ควบคุมอาหารผิดประเภท
หลายคนเข้าใจว่าการอดอาหารแต่หันไปดื่มกาแฟแทนมากๆ จะช่วยลดน้ำหนักได้ เพราะมันช่วยควบคุมความอยากอาหาร แต่หากรู้ไม่ แท้จริงแล้วกาแฟมีทั้งน้ำตาลและครีมเทียมที่ผลิตจากน้ำมันปาล์มเป็นส่วนใหญ่ จึงให้พลังงานแก่ร่างกายสูงกว่าการทานข้าวเสียอีก เมื่อเราดื่มวันละหลายๆ แก้วเพื่อหวังจะลดน้ำหนัก แต่มันอาจจะยิ่งทำให้คุณประสบความล้มเหลวในการลดน้ำหนักแทนก็เป็นได้

กินผลไม้อย่างไรให้น้ำหนักลด
หากต้องการลดน้ำหนักมีหลายตำราแนะนำให้ทานผลไม้กันเป็นส่วนใหญ่ แต่สาวๆ หลายคนก็ยังคงเข้าใจผิดหันมาทานผลไม้ที่ให้รสหวานมากกว่ารสเปรี้ยว และผลไม้รสหวานฉ่ำนั่นเองที่มาพร้อมน้ำตาลสูงทำให้ทานเท่าไรน้ำหนักก็ไม่อาจลดลงได้ หนำซ้ำกลับทำให้น้ำหนักเพิ่มด้วยซ้ำ ดังนั้น หันมาทานผลไม้รสเปรี้ยวๆ แทนดีกว่า แต่หลีกเลี่ยงการจิ้มน้ำปลาหวานนะคะ เพราะมันก็ให้น้ำตาลแก่ร่างกายเช่นกัน เลือกทานแอปเปิ้ล ส้ม สับปะรด มะละกอ ชมพู เป็นต้นแทนจะดีกว่า

7 วิธีกินอาหารแบบนี้ไม่มีอ้วน

9.5

รูปร่างของผู้หญิงเราเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากที่จะต้องดูแลกันเป็นพิเศษ หนึ่งในวิธีที่แสนง่ายและเบสิคที่สุดคงหนีไม่พ้นการกินอาหารแน่นอน เพราะผู้หญิงเราหลายคนมีความสุขกับชีวิตด้วยการกินทั้งนั้น แต่เราจะกินอย่างไรไม่ให้อ้วนล่ะ ว่าแล้วก็มาดู 7 วิธีกินอาหารแบบนี้ไม่มีอ้วนไปพร้อมกันเลย

  1. ขนมปังโฮลวีท
    เพียงแค่เลือกกินเฉพาะขนมปังโฮลวีทแผ่นบาง 2-3 แผ่น โดยไม่ทาเนยหรือแยมใดๆ ทั้งสิ้น ก็จะช่วยให้อิ่มท้องนานและไม่ทำให้หิวบ่อยๆ อีกด้วย
  2. ดาร์กช็อกโกแลตเท่านั้น
    กินช็อกโกแลตไม่ทำให้อ้วนอย่างที่คิดเสมอไป คุณยังคงมีความสุขกับการทานช็อกโกแลตอย่างอร่อยได้ เพียงเลือกทานช็อกโกแลตไขมันต่ำอย่างดาร์กช็อกโกแลตนั่นเอง
  3. นมหรือผลิตภัณฑ์จากนมต่างๆ
    มีการศึกษาพบว่าคนที่กินโยเกิร์ตไขมันต่ำและนมพร่องมันเนยสามารถลดน้ำหนักได้มากถึง 22% และยังสามารถลดไขมันในร่างกายได้ 61% ลดไขมันหน้าท้องได้อีก 81% ทีเดียว โดยอาศัยระยะเวลาเพียง 12 สัปดาห์เท่านั้น
  4. อะโวคาโดดีต่อสุขภาพ
    แม้ผลอะโวคาโดจะมาพร้อมไขมันสูงก็ตาม หากไขมันชนิดนี้ก็เป็นชนิด Monounsaturated ซึ่งมีประโยชน์ต่อสุขภาพเรานั่นเอง เพราะมีสารต้านแอนตี้ออกซิแดนท์อย่างสาร Glutathione ซึ่งจะเข้าไปทำหน้าที่บล็อกการดูดซึมไขมันบางตัวในร่างกายอันเป็นต้นเหตุของการเกิดอนุมูลอิสระ สามารถป้องกันริ้วรอยและโรคมะเร็งบางชนิดได้อีกด้วยนะ
  5. รับน้ำตาลแค่พอดี
    การดื่มชาหวานหรือกินขนมหวานจริงอยู่ที่อาจช่วยระงับความหิวในระหว่างมื้ออาหารได้ แต่คุณจะต้องคำนึงถึงปริมาณความเหมาะสมต่อร่างกาย หากไม่อยากให้อ้วนล่ะก็ภายใน 1 วัน ร่างกายคุณควรรับน้ำตาลเพียง 4 ช้อนโต๊ะเท่านั้น เท่านี้ก็จะช่วยควบคุมน้ำหนักไม่ให้เพิ่มขึ้นได้แล้ว
  6. มันฝรั่งหนักท้องนาน
    การกินมันฝรั่งที่ให้คาร์โบไฮเดรตสูงนั้นหลายคนอาจจะเข้าใจผิดไปว่ามันทำให้อ้วน แต่แท้จริงแล้วมันเป็นพืชจากธรรมชาติที่เราหาทานได้โดยตรง เมื่อทานแล้วจะทำให้รู้สึกอิ่มท้องนานและลดอาการหิวระหว่างมื้อไม่ทำให้อยากกินแบบจุบจิบอีกด้วยนะ เพราะหากเราทานแบบพอดีกับความต้องการร่างกาย อย่าไรก็ไม่ทำให้อ้วนขึ้นแน่นอนค่ะ
  7. ถั่วกินพอดีลดน้ำหนักได้ผล
    ถั่วเป็นพืชจากธรรมชาติชนิดหนึ่งที่หาทานได้ง่ายๆ และแม้จะมีไขมันอยู่มากถึง 50% ก็ตาม หากก็เป็นไขมันเลวที่ผสมอยู่น้อยมาก ดังนั้น ยิ่งกินก็มีแต่ยิ่งดีต่อสุขภาพ แนะนำปริมาณที่ควรกินต่อวันคือไม่ควรกินถั่วมากเกินกว่า 1 กำมือของตัวเรา ไม่เช่นนั้นก็อาจส่งผลให้น้ำหนักขึ้นได้ค่ะ

🐳ผ้าปูที่นอนสีพื้นมาละน๊าา🐳 ร้านนี้เลยจร้าา dreamhouse.in.th
👉ลดเหลือเพียงชุดละ 750 บ. !!
ชุดเครื่องนอนราคาประหยุด ยังมีอีกมากมายให้ลุกค้าได้เลือกท๊อปจร้า รับรองถูกใจ แถมสบายกระเป๋ยแน่นอนจร้า

ผ้าปูที่นอนสีพื้น

 

Save

ท่าบริหารกระชับสัดส่วนสร้างหุ่นสวยในห้องครัว

8

เป็นอีกหนึ่งช่องทางการกระชับรูปร่างแบบใหม่สำหรับแม่บ้านทั้งหลายที่มักบ่นกับตัวเองว่าไม่มีเวลาออกกำลังกายลดน้ำหนัก ไม่ว่าคุณจะยืนเตรียมอาหารบนโต๊ะอาหารหรือล้างจานในห้องครัว ทราบไหมว่าคุณก็สามารถบริหารต้นขาและหัวเข่าไปพร้อมกันได้ โดยวันนี้เรามีท่าบริหารร่างกายให้เลือกปฏิบัติด้วยกันถึง 3 ท่า ว่าแล้วก็มาเลือกท่าที่คุณถนัดแล้วทำไปพร้อมกันเลย

ท่าแรก ยืนไขว้ขาโดยให้ขาขวาอยู่ด้านหน้าของขาซ้าย เกร็งขาเอาไว้จนรู้สึกตึงบริเวณต้นขา ค้างท่านี้เอาไว้ประมาณ 5 วินาที แล้วจึงสลับเปลี่ยนไปทำขาอีกข้างจนครบ 15 ครั้ง

ท่าที่สอง ยืนแยกขาออกจากกันเล็กน้อยแล้วยกขาซ้ายไปด้านข้างจนรู้สึกได้ถึงความตึงในบริเวณต้นขา ค้างท่านี้เอาไว้ประมาณ 5 วินาที จึงวางขาลงในท่าปกติ จากนั้นทำซ้ำอีกข้างจนครบ 15 ครั้ง ท่านี้จะเอามือท้าวเอวไว้ก็ได้เช่นกัน

ท่าที่สาม ยกขาขวาเลื่อนไปด้านหน้าให้ตึงโดยพยายามยกให้สูงให้มากที่สุดเท่าที่จะสูงได้ แล้วค้างท่านี้เอาไว้ประมาณ 5 วินาที วางขาลงในท่าปกติอย่างช้าๆ จากนั้นก็สลับไปทำกับขาอีกข้างให้ครบ 15 ครั้ง

ผู้หญิงเราหลายคนเมื่อแต่งงานมีลูกแล้วก็มักจะต้องใช้ชีวิตอยู่กับบ้านดูแลลูกและทำงานบ้านไปวันๆ แน่นอนว่าคุณอาจจะไม่มีเวลาไปออกกำลังกายเท่าใดนัก จึงสังเกตได้ว่าแม่บ้านไม่ว่าจะกี่ยุคสมัยรูปร่างนับวันมีแต่อวบอั๋นจนกลายเป็นหุ่นแม่หมูขึ้นเรื่อยๆ ต้นขาต้นแขนก็ใหญ่ล่ำ แต่วันนี้เมื่อคุณแม่บ้านมีทางออกใหม่แล้ว ก็อย่าลืมนำท่าบริหารจากเรานี้ไปปฏิบัติกันทุกวันนะคะ รับรองรูปร่างของคุณจะต้องเฟิร์มขึ้นแน่นอนค่ะ

 

 

กระชับสัดส่วนง่ายๆ ทำได้ที่บ้านคุณเอง

7

การจะรักษารูปร่างให้ผอมเพรียวสวยได้นั้น ใครว่าเราจะต้องไปออกกำลังกายนอกบ้านหรือต้องเข้าฟิตเนสเสมอไป เพราะแท้จริงแล้ว ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหนเราก็สามารถออกกำลังกายหรือบริหารร่างกายเพื่อลดไขมันได้ด้วยกันทั้งนั้น และวันนี้เราก็ไม่พลาดที่จะนำท่าบริหารร่างกายเพื่อลดเลือนไขมันในส่วนต่างๆ ช่วยกระชับหุ่นให้สวยในแบบง่ายๆ ที่คุณก็สามารถทำได้ที่บ้านคุณเอง มาดูวิธีปฏิบัติไปพร้อมกันเลยค่ะ

กระชับหน้าท้องให้แบนราบในห้องนั่งเล่น
สาวๆ ที่ชอบนั่งๆ นอนๆ บนโซฟ้าห้องนั่งเล่น อย่าปล่อยให้ช่วงเวลาอันมีค่าผ่านเลยไปโดยเปล่าประโยชน์กันนะคะ หันมาบริหารหน้าท้องให้แบนราบมีกล้ามเนื้อสวยๆ ไปพร้อมกันดีกว่าไหม ง่ายๆ โดยการเหยียดขาสองข้างตรงๆ ไปด้านหน้า จากนั้นค่อยๆ งอเข่าและยกขาขึ้นช้าๆ จนเข่าของคุณเคลื่อนมาอยู่ระดับหน้าอก แล้วเกร็งเท้าให้ลอยเหนือพื้น ค้างท่านี้ไว้ประมาณ 5 วินาที จึงทำซ้ำไปอีกเรื่อยๆ ประมาณ 12-15 ครั้ง ท่านี้จะช่วยกระชับหน้าท้องให้แบนราบได้

กระชับต้นแขนสร้างกล้ามเนื้อหน้าท้องกับผนังบ้าน
ยืนหันหลังให้กับผนังบ้านโดยทิ้งระยะห่างประมาณ 45 เซนติเมตร จากนั้นย่อตัวลงเล็กน้อยแล้วเอนหลังให้พิงกับผนังไว้ ยกมือสองข้างขึ้นสูงเหนือศีรษะโดยให้นิ้วหัวแม่มือทั้งสองข้างเกี่ยวกันเอาไว้ แล้วค่อยๆ โน้มศีรษะและหัวไหล่ลงไปด้านหน้าอย่างช้าๆ ที่สำคัญต้องควบคุมให้แผ่นหลังตรงอยู่เสมอ ทำท่านี้ตามที่คุณกำหนดเอาไว้อาจจะประมาณ 15-20 ครั้งก็ได้เพื่อให้รู้สึกถึงความตึงบริเวณกล้ามเนื้อแขน ท่านี้จะช่วยเพิ่มความกระชับกล้ามเนื้อบริเวณหน้าท้องและช่วยลดต้นแขนให้เล็กลงได้

กระชับสะโพกในห้องน้ำ
ขณะที่ยืนแปรงฟันในห้องน้ำคุณสามารถใช้ท่าบริหารเพื่อช่วยสร้างสะโพกให้กระชับได้ โดยยืนแยกเท้าออกจากกันเล็กน้อย ความกว้างประมาณเท่าสะโพกจากนั้นให้โน้มตัวไปยังด้านหน้าเล็กน้อย ใช้มือที่ว่างอีกข้างจับบริเวณอ่างล้างหน้าเอาไว้เพื่อช่วยในการทรงตัว แล้วจากนั้นให้ยกขาอีกข้างไปยังด้านหลังให้สูงที่สุดเท่าที่จะสูงได้หรือจนคุณรู้สึกได้ถึงความตึงบริเวณสะโพก ค้างท่านี้เอาไว้ประมาณ 5 วินาทีแล้วจึงสลับมาทำท่าบริหารนี้กับขาอีกข้าง แล้วจนซ้ำกันจนครบ 15 ครั้ง/ข้างค่ะ

สาว 12 ราศี แต่งหน้าแบบไหน เรียกความรักมาหา (ตอน 2)

ต่อจากตอนที่แล้วได้นำเสนอการแต่งหน้าเสริมดวงด้านความรักของสาวราศีมังกรจนถึงเมถุนไปแล้ว คราวนี้มาต่อกับที่ราศีกรกฎถึงธนู ให้สาวๆ ได้เลือกใช้เทคนิคที่ถูกโฉลกเพิ่มความสวยปิ๊งดึงดูดสายตาผู้พบเห็น แต่อย่าลืมว่านอกเหนือไปจากการแต่งหน้าให้สวยแล้ว บุคลิกและการแต่งตัวก็ต้องมั่นใจว่าดูดีด้วยนะ ถึงจะส่งเสริมกันได้ทุกด้าน เรื่องแค่นี้ไม่ยากสำหรับผู้หญิงยุคใหม่อย่างเราใช่ไหมล่ะ

5.1

ราศีกรกฎ (16 กรกฎาคม – 16 สิงหาคม)

สีที่ต้องกันกับความรัก คือสีโทนม่วงทั้งเข้มและอ่อน ให้ทาตาด้วยสีม่วงอมชมพู หรือม่วงคราม เพิ่มเสน่ห์ให้ดูเป็นสาวลึกลับ เรียกความสนใจจากหนุ่มๆ ได้ดี สาวราศีนี้ควรปัดแก้มโทนชมพูเรื่อๆ ราวกับสาวสุขภาพดี ลิปสติกที่ใช้ก็เน้นไปทางโทนสีชมพู ม่วง แต่เลือกเฉดที่สดใสสักหน่อย ยิ่งมีประกายมุกหรือมีความมันวาวนิดๆ จะช่วยส่งให้คุณดูเป็นสาวสวยชวนฝันของหนุ่มๆ ได้เลยทีเดียว

ราศีสิงห์ (17 สิงหาคม – 15 กันยายน)

เสริมความโดดเด่นที่ดวงตาให้สวยคม และยังถูกโฉลกกับสีทอง น้ำตาลทองเฉดเข้ม น้ำตาลเข้มอมแดง ใช้โทนนี้แต่งตาจะดี หรือจะเพิ่มความโฉบเฉี่ยวด้วยดวงตาแบบสโมกกี้อายก็ยังได้ เพราะสีเข้มจะส่งให้ดูมีพลังดึงดูด ปัดแก้มสีโทนอ่อน ทั้งชมพู ส้ม น้ำตาล ตามด้วยลิปสติกเฉดกลางๆ เช่น ขมพูแดง ส้มแดง หรือส้มชมพู เพียงเท่านี้ก็จะกลายเป็นสาวหวานซ่อนดุชวนให้สะดุดตาแล้วล่ะ

ราศีกันย์ (16 กันยายน – 16 ตุลาคม)

เป็นราศีที่มักจะมีบุคลิกเรียบๆ เงียบๆ แต่ถ้าหากเติมความสดชื่นด้วยแต่งหน้าจะช่วยได้มาก สีที่เหมาะคือ ส้ม หรือชมพูโทนสว่าง อาจจะเพิ่มประกายทองเข้าไปด้วยก็ได้ สีเหล่านี้เสริมพลังให้สดใส กระฉับกระเฉง แตงตาด้วยสีที่เจือประกายทองจะดี เช่น ชมพูทอง ส้มทอง ปัดแก้มโทนใกล้เคียงแต่ให้ดูอบอุ่นกว่านิดหน่อย สามารถเล่นสีได้ทั้งน้ำตาลอ่อน และน้ำตาลทอง ริมฝีปากแต่งด้วยเฉดชมพูส้ม หรือชมพูหวานๆ มีประกายเล็กน้อย จะเพิ่มความน่าสนใจให้สาวราศีนี้ได้อีกโขเลย

5.2

ราศีตุลย์ (17 ตุลาคม – 15 พฤศจิกายน)

พื้นฐานราศีนี้มักจะผิวดี เหมาะกับโทนสีธรรมชาติ ฟ้า เขียว ชมพู ได้หมด แต่ถ้าอยากดึงดูดเรื่องความรักให้ปรับโทนสีอ่อนลงมาสักนิด หรือจะใช้โทนพาสเทลก็ได้เช่นกัน โดยเน้นที่ดวงตาเปล่งประกาย เลือกสีสว่างแบบหวานๆ เช่น ชมพูครีมๆ ชมพูกุหลาบ หรือชมพูพีช ปัดแก้มด้วยสีเดียวกันให้ออกเรื่อๆ ทาปากสีอ่อนอย่างชมพูอ่อน นู้ดชมพู หรือนู้ดส้ม รับรองว่าหนุ่มๆ มองไม่วางตาแน่

ราศีพิจิก (16 พฤศจิกายน – 14 ธันวาคม)

ราศีนี้เหมาะกับโทนสีฟ้า คราม และม่วง ลองใช้สีเหล่านี้แต่งแต้มที่ดวงตาจะดูเด่นน่ามอง ชวนให้เป็นมิตร ปัดแก้มและทาลิปสติกด้วยเฉดสีชมพู จะชมพูกุหลาบ ชมพูนม หรือชมพูอมม่วงได้ทั้งนั้น เสริมเรียวปากอีกนิดด้วยลิปกลอสประกายมุก เพียงเท่านี้คุณก็จะกลายเป็นสาวหวานที่น่าจับตา มองกี่ทีก็ชวนให้หลงใหล แล้วความรักดีๆ จะไปไหนเสีย

ราศีธนู (15 ธันวาคม – 13 มกราคม)

เป็นอีกหนึ่งราศีที่เหมาะกับโทนสีธรรมชาติ ทั้งฟ้า น้ำตาล หรือเขียว สีเหล่านี้จะเสริมบุคลิกคุณให้ดูดี แต่งตาด้วยสีน้ำตาลเฉดหวานๆ นวลๆ จะช่วยดึงดูดพลังความรักให้เข้ามาใกล้ ปัดพวงแก้มให้ออกสีระเรื่อๆ จะเป็นชมพู หรือแดงชมพูก็ได้ แต่อย่าหนักมือ สีปากขอให้เป็นชมพูส้ม ขมพูพีช เติมด้วยประกายทองสักนิด สาวราศีนี้ก็กุมหัวใจชายหนุ่มได้แล้ว

ครบทั้ง 12 ราศีกันแล้ว ขอให้สาวๆ ทุกคนมีความสุขกับการแต่งหน้าสวยๆ ให้กับตัวเอง แต่จงจำไว้ว่าทุกสิ่งไม่ได้เริ่มต้นด้วยความง่ายไปเสียทุกครั้ง การที่เราจะดึงดูดความสนใจจากใคร รูปลักษณ์ภายนอกเป็นเพียงปัจจัยแรกเท่านั้น เสน่ห์ที่ตัวตนของสาวๆ ต่างหากคือพลังอันแท้จริงที่จะกวักเรียกความรักมาหาได้

 

สาว 12 ราศี แต่งหน้าแบบไหน เรียกความรักมาหา (ตอน 1)

แฟชั่นการแต่งหน้าของผู้หญิงยุคนี้มีมากมายหลายเทรนด์จนแทบจะไม่ถ้วนแล้ว และหนึ่งในนั้นคือการแต่งหน้าเสริมบุคลิกดวงชะตา ทั้งเรียกทรัพย์ เรียกงาน หรือเรียกสีชมพูมาอยู่ในหัวใจ แค่นี้สาวๆ ก็ตาโตแล้ว ก็เรื่องความความงามยอมกันได้เสียที่ไหน ร้อยทั้งร้อยก็อยากสวย เสน่ห์แรง สะกดทุกสายตา และอาจะเรียกความรักดีๆ เข้ามาหาได้อีกด้วยสำหรับสาวโสด แต่การแต่งหน้าไม่ใช่ขั้นตอนเดียวที่จะคว้าทุกอย่างได้ดั่งใจ เพียงแค่เป็นหนึ่งในใบเบิกทางเท่านั้นนะจ๊ะ ถ้าพร้อมแล้วสาวๆ ทั้ง 12 ราศีมาดูกันเลย

4.1

ราศี มังกร (14 มกราคม – 13 กุมภาพันธ์)

แต่งหน้าให้ออกโทนสว่าง แต่ไม่ใช่เจิดจ้า ออกแนวอบอุ่น โดยเฉพาะดวงตาลงด้วยสีน้ำตาลเฉดทองหรือส้มก็ได้ ปัดพวงแก้มบางๆ ด้วยโทนสีส้มแดง หรือส้มชมพู สีปากให้อยู่ในโทนเดียวกัน และเติมลิปกลอสเพิ่มความชุ่มชื่น จะเสริมให้ความรักอบอุ่นมั่นใจ

ราศีกุมภ์ (14 กุมภาพันธ์ – 13 มีนาคม)

สาวราศีนี้ เหมาะกับสีชมพูทุกเฉด เสริมเรื่องความรักด้วยการวาดตาให้คมสวย การแต่งหน้าสีโทนเย็นหวานๆ จะช่วยได้มาก อาจจะเป็นชมพู พีช หรือประกายมุก จะช่วยให้ใบหน้าหวานใส สะกดชายหนุ่มได้ดั่งต้องมนตร์ ทาลิปสติกสีสดใสสว่าง เพิ่มเสน่ห์ให้ชวนมอง

ราศีมีน (14 มีนาคม – 14 เมษายน)

ถูกโฉลกกับแนวธรรมชาติ เช่นโทนเขียว หรือฟ้าคราม หากทาตาสีนี้จะเสริมให้ดูหวานสดใส ความสุขแห่งรักจะมาหา ปัดบริเวณพวงแก้มบางๆ ด้วยสีชมพูแดงระเรื่อห้ามใช้สีจัด เสริมเสน่ห์ด้วยริมฝีปากสีชมพูอ่อนหรือสีนู้ดเจือชมพู จะช่วยเน้นปากให้ดูอิ่มสวยเย้ายวนตา

4.2

ราศีเมษ (15 เมษายน – 14 พฤกษภาคม)

โดยราศีถือเป็นเป็นสาวร้อนแรง เมื่อต้องการดึงดูดความรักควรเบรกลงเล็กน้อยด้วยการใช้สีโทนเย็นเข้าช่วย ควรแต่งดวงตาด้วยโทนสีอ่อนแต่เหลือบทอง หรือโทนพาสเทลก็ได้ ปัดแก้มให้ออกน้ำตาลส้ม หรือส้มประกายทอง แต่ห้ามลงเยอะ แค่เบาๆ พอใสๆ แต่งเรียวปากด้วยโทนหวาน เช่น ชมพูแดง ชมพูโอลด์โรส หรือชมพูประกายมุก จะเสริมความสดใสสะกดสายตาหนุ่มๆ ได้ดี

ราศีพฤษภ (15 พฤษภาคม – 14 มิถุนายน)

เน้นความประทับใจแรกเห็นด้วยดวงตา โดยใช้สีชมพูอ่อน หรือชมพูแชมเปญ วาดตาให้คมเข้มเล็กน้อย จะเสริมให้ใบหน้าสว่างใส ปัดเฉพาะพวงแก้มด้วยสีชมพูส้ม ส้มน้ำตาล หรือส้มประกายทอง ช่วยเพิ่มออร่าเรียกความรักมาทักทาย วาดริมฝีปากเบาๆ อย่าหนักมือ เน้นสีชมพูส้มประกายมุกให้ดูหวานชวนหลงใหล เสริมเสน่ห์จนใครต่อใครก็อยากเข้ามาทำความรู้จักคุณ

ราศีเมถุน (15 มิถุนายน – 15 กรกฎาคม)

มีเสน่ห์ดึงดูดใจเพศตรงข้ามอยู่แล้ว บุคลิกของสาวราศีนี้น่าสนใจไม่น้อย ถ้าจะช่วยเสริมความรักให้ทาตาด้วยโทนสีส้มกับชมพู ใช้ได้ทั้ง ชมพูอ่อน ชมพูม่วง ชมพูส้ม ส้มทอง ส้มน้ำตาล สีเหล่านี้จะสว่างสดใสขับดวงตาให้เด่นมีพลัง ในขณะเดียวกันก็ดูน่ารักอ่อนหวาน ควรปัดแก้มให้ออกสีธรรมชาติ เช่น ชมพูอ่อนหรือพีช ไล้เฉดเบาๆ ให้ดูเหมือนมีเลือดฝาด เสริมด้วยเรียวปากชมพูส้มหรือชมพูประกาย มองแล้วรู้สึกสดใส ร่าเริง ดูเป็นมิตรน่าคบหา

 

แต่งหน้าสวยปิ๊งภายใน 10 นาที

สาวๆ ทุกคนใช้เวลาแต่งหน้ากันกี่นาทีเอ่ย…แล้วถ้าเป็นชั่วโมงเร่งด่วนในวันที่เราตื่นสายจะทำอย่างไร ถ้าจะบอกว่าสายแล้วไม่ต้องแต่งหน้า นี่คือความคิดที่ไม่ถูกนะจ๊ะ ผู้หญิงทุกคนก็อยากสวยจริงไหม แต่ถ้ารีบมากเวลาเหนือน้อยเต็มทีแล้วล่ะก็จงเผื่อเวลาไว้สัก 10 นาที แล้วมาเนรมิตใบหน้าให้สวยปิ๊งพร้อมออกไปเผชิญโลกกว้างกันเถอะ

3.1

อันดับแรก สาวๆ ต้องใส่ใจสุขภาพไว้ก่อน จึงต้องลงกันแดดเพื่อป้องกันรังสูวี ต่อด้วยอายครีมกลบรอยคล้ำใต้ตาให้สว่างขึ้น ลง BB รองพื้นแบบที่แห้งไวซึมซาบเร็ว พยายามเกลี่ยให้กลืนไปกับผิวด้วยจะได้ดูเป็นธรรมชาติ วิธีเกลี่ยที่ถูกต้องให้รองพื้นติดทนๆ คือเกลี่ยย้อนตามแนวขุมขน ปัดซ้ำด้วยแป้งเบาๆ ให้ทั่วหน้า อย่าลงหนักหน้าจะลอย จากนั้นไล่เรียงมาที่งานคิ้ว ระบายตามความถนัดได้เลย แต่อย่าเน้นหัวคิ้วจนเข้มมาก จะทำให้หน้าดุมากกว่าสวย เสร็จแล้วมาต่อที่ดวงตา เลือกอายแชโดว์สีน้ำตาลทอง หรือน้ำตาลโทนส้ม เนื่องจากเบลนด์สีได้ง่าย เวลารีบๆ ไม่ต้องแก้เยอะ โดยลงครั้งแรกให้เบามือก่อนแล้วค่อยทับ 2-3 ครั้งไล่จากทางหางตาเข้ามาถึงช่วงกลางตา

เสริมด้วยการวาดอายไลเนอร์ที่ขอบตา พยายามให้ชิดกับแนวขอบขนตาเข้าไว้จะดูคมและเนียนกว่า ต่อด้วยใช้ดินสอเขียนขอบตาล่างเพื่อขับให้ดวงตาสวยเด่น เขียนด้วยโทนเข้มจากหางตาไล่เข้ามาจนเกือบถึงกลางตาแล้วค่อยเบามือลง และเปลี่ยนใช้โทนสีอ่อนเกลี่ยไปจนถึงหัวตา ต้องระวังช่วงหัวตาอย่าให้เห็นสีชัด ใบหน้าคุณจะดูหวานซอฟท์ละมุนกำลังดี หลังจากนี้ก็ปัดมาสคาร่าได้เลย แต่ก่อนปัดถ้าใครขนตาสั้นจะติดขนตาปลอมก่อนก็ไม่ว่ากัน ขออย่าให้หนาเป็นแพกระพือลมได้ก็พอ

มาถึงงานแก้ม ปัดไล้เบาๆ เฉียงขึ้นเล็กน้อย ใช้สีโทนอ่อน ส้ม ชมพู หรือสีที่ใกล้เคียงกับผิวจริง จะช่วยให้หน้าสว่างขึ้นแลดูเป็นสาวหน้าใสปิ๊ง และสุดท้ายจบด้วยงานปาก เกลี่ยสีลิปสติกโทนเข้มไว้ที่ด้านในปากก่อน เช่น แดง ชมพู ตามด้วยสีโทนอ่อนทาไล่ออกมาด้านนอก ขั้นตอนนี้จะเลือกสีที่อ่อนกว่าสีแรกก็ได้ หรือจะเลือกเป็นลิปสติกสีนู้ดไปเลยก็ได้เช่นกัน แต่อย่าลืมเก็บขอบปากให้เรียบร้อยด้วยนะ จะได้ดูสวยเนี้ยบมากขึ้น

เสร็จครบจบทุกกระบวนการแล้ว โดยทั้งหมดใช้เวลาเพียงแค่ 10 นาทีเท่านั้น คุณก็จะได้ลุคสาวทำงานสวยเฉียบ พร้อมออกจากบ้านได้อย่างสบาย แถมยังไม่มีใครรู้ความลับวันนี้อีกด้วยว่าคุณตื่นสายนะเนี่ย

 

แต่งหน้าได้อย่างใจด้วย 5 วิธีตกแต่งเรียวปากให้สวยชวนหลงใหล

วาดปากรูปกระจับ

สาวที่มีริมฝีปากรูปกระจับนั้นถือว่าโชคดี แต่งหน้าได้ง่ายเพราะรูปปากสวยอยู่แล้ว แต่ก็ไม่ใช่ทุกคน ครั้นจะไปทำศัลยกรรมปากก็ไม่ไหว ทั้งเจ็บตัว ทั้งเสียเงิน งั้นมาดูวิธีนี้ดีกว่า ง่ายและเร็ว

อย่างแรกเลยให้ใช้ดินสอไฮไลท์ ที่สาวๆ มีกันทุกคน โดยเลือกสีขาวหรือสีอ่อน เขียนจากมุมปากไล่ขอบออกมาให้เป็นทรงกระจับตามต้องการ ทั้งริมฝีปากบนและล่าง ขั้นตอนนี้พยายามเขียนให้เบามือ เพราะถ้าลงหนักจะเห็นชัดเกินไป ต่อมาก็ลงลิปสติกสีที่ชอบ ถ้าหากต้องการให้ริมฝีปากดูอิ่มและโดดเด่นมากขึ้นให้ใช้ลิปกลอสทาทับ เพียงเท่านี้ ก็ได้ปากรูปกระจับแบบวาวๆ ฉ่ำๆ มาอยู่บนหน้าแล้ว เพิ่มเติม ใครที่ริมฝีปากบางก็ให้เขียนขอบปากทั้งบนและล่างให้เกินออกมาอีกนิด วิธีนี้จะช่วยพรางเรียวปากให้ดูอิ่มสวยน่ามอง

เรียวปากแดงสดสะกดสายตา

สาวปากแดงนั้นชวนให้หลงใหล แต่เคยคิดไหมว่าทำไมแต่งหน้ากี่ครั้งลิปสติกที่ทาก็ไม่ค่อยติดทนเลยสักครั้ง ทริกง่ายๆ วันนี้จะบอกให้คุณรู้ถึงวิธีทาลิปสติกสีแดงให้ติดทนตลอดวัน และยังดูสวยสะกดทุกสายตาอีกด้วย

วิธีง่ายๆ คือไม่ต้องทาลิปบาล์ม แต่ให้ทาลิปสติกสีแดงเฉดเข้มตามชอบลงไปเลย เสร็จแล้วซับปากลงบนกระดาษทิชชู่ หรือกระดาษเช็ดหน้า ข้อยกเว้นคือถ้าคุณเลือกลิปสติกที่เนื้อแมตด้านๆ ก็ไม่ต้องซับ จากนั้นให้ลงลิปสติกทับเป็นสีด้านนอก อาจจะอ่อนกว่าสีเดิมหรือเปลี่ยนเฉดเพื่อผสมสีก็แล้วแต่ แค่นี้ได้ก็เรียวปากสีสดติดทนนานไม่ลบเลือน สาวไหนที่ชอบให้ปากวาวๆ เงาๆ จะลงลิปกลอสทับไปอีกชั้นก็ได้นะ เพิ่มมิติให้น่าสนใจมากยิ่งขึ้น

2.2

ปากระเรื่อเหมือนสาวสุขภาพดี

เป็นวิธีที่เหมาะกับการแต่งหน้าไปเที่ยวสบายๆ ให้ลุคสวยใสแบบธรรมชาติ เคล็ดลับคือ แต่งหน้าแต่เหมือนไม่แต่ง อยากรู้ว่าเป็นไงก็ลองทำตามกันเลย เริ่มจากลงลิปมันแบบไร้สี แล้วตบด้วยลิปสติกสีนู้ดหรือสีที่ใกล้เคียงกับผิวเรา จากนั้นใช้ tint แต้มเป็นจุดสีแดง 3 จุดที่ริมฝีปากล่างด้านใน (คล้ายๆ สไตล์อั้ม พัชราภา) โดยแต้มที่ตำแหน่งกึ่งกลาง 1 จุด และด้านข้างซ้ายขวาอย่างละ 1 จุด ส่วนริมฝีปากบนก็ทำเช่นเดียวกัน แต่ให้แต้มลงไปตรงรอยหยักของปากด้านใน ข้อเสียของ tint อยู่ที่แต้มนิดเดียวก็แดงเยอะ ตรงนี้ก็เบามือกันนิดนะสาวๆ เสร็จแล้วเกลี่ย tint ให้สีกลืนไปกับริมฝีปากทั้งบนล่าง เพียงเท่านี้ก็ได้สีปากที่ระเรื่อเหมือนสาวสุขภาพดีกันแล้ว ถ้าอยากได้ลุคคาวาอี้เกิร์ลสไตล์สาวญี่ปุ่นก็ให้ลงลิปกลอส (หรือลิปมัน) แบบไม่มีสีเพื่อเพิ่มความวาวและเน้นให้ริมฝีปากดูอวบอิ่ม

เคล็ด(ไม่)ลับของการทาลิปสติกสีนู้ด

สาวบางคนไม่ชอบทาปากสีๆ แต่ก็อยากได้ลุคสวยเนี้ยบเมื่อยามแต่งหน้า ทางออกแบบสวยๆ วิธีหนึ่งก็คือ ทาปากสีนู้ดนั่นไง นอกจากจะได้ลุคที่ดูเป็นธรรมชาติแล้ว ยังดูเก๋และแพงราวกับเป็นเซเลบเลยทีเดียว อย่ารอช้า…มาทาปากสีนู้ดให้สวยใส ไฮโซกันเถอะ

ก่อนอื่นให้สาวๆ เช็คสีผิวของเราว่าเหมาะกับลิปสติกสีนู้ดแบบไหน สาวผิวขาวสามารถใช้เฉดสีนู้ดที่อมชมพู ส้มอ่อน หรือสีพีช สาวผิวสีน้ำผึ้ง (ผิวสองสี) เลือกทาปากสีนู้ดเฉดชมพูอ่อน น้ำตาลอ่อน งดสีเข้มหรือสีสดจัด สาวผิวสีแทน เหมาะกับสีนู้ดเฉดส้ม น้ำตาล และสีเบจ โดยเลือกสีเข้มกว่าผิวจริงนิดหน่อย

2.3

ขั้นตอนต่อมาให้สาวๆ บำรุงปากให้เรียบเนียนก่อน เพราะลิปสติกสีนู้ดจะโชว์เรียวปากของคุณให้เด่นชัด ลงลิปคอนซีลเลอร์เพื่อให้สีปากเสมอกัน ตามด้วยวาดเส้นปากให้ได้ทรงที่ต้องการ เลือกสีอ่อนหรือใกล้เคียงกับสีลิปสติกที่จะทา จากนั้นก็ลงลิปสติกสีนู้ดที่ชอบลงไป ทิ้งไว้สักเล็กน้อยแล้วลงลิปกลอสเพิ่มจะทำให้เรียวปากดูมีมิติและเคลือบสีปากให้ติดทน เท่านี้ก็จะได้ลุคสวยแบบเซเลบใสๆ ไปเดินเฉิดฉายแล้วจ้า

สาวผิวแทนก็ทาปากสีแจ่มๆ ได้

สาวผิวแทนมีคำถามว่าทาลิปสติกแบบไหนถึงจะสวย เพราะมักจะไม่เจอเฉดสีที่เหมาะสม พลอยทำให้แต่งหน้าไม่ถูกตามไปด้วย งั้นเรามาดูไปพร้อมๆ กันว่าจะช่วยให้สาวผิวแทนทาปากสีแจ่มๆ ได้อย่างไร

เริ่มแรก รู้จักเฉดสีลิปสติกที่ควรเลือกใช้ เฉดสีแดง หรือ แดงอมส้ม จะส่งให้ใบหน้าคุณสว่างขึ้น เพิ่มความมั่นใจ เฉดส้ม เหมาะมากกับสาวผิวแทน ช่วยขับสีผิวให้โดดเด่น เฉดชมพู ต้องให้ออกไปทางสีพีชหรือสีนู้ด จะช่วยให้ใบหน้าหวานขึ้นและดูเป็นสาวสุขภาพดี เฉดม่วง สีนี้ทายาก สาวๆ ผิวแทนไม่ค่อยกล้าทา แต่ความจริงแล้วโทนม่วงจะเสริมเรียวปากให้รับกับใบหน้าได้ดี ดูมีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร เฉดสีนู้ด เป็นโทนสีที่ดีที่สุด โดยเลือกให้พอดีกับสีผิวจริงหรือเข้มกว่านิดหน่อย เช่น นู้ดชมพู หรือนู้ดน้ำตาล ทาแล้วจะดูสวยเก๋มีสไตล์ ไม่ซีดป่วย

เห็นไหมว่า สาวผิวแทนนั้นก็เลือกสีลิปสติกได้หลากหลายไม่แพ้สีผิวอื่นๆ อีกทั้งยังได้เปรียบเวลาแต่งหน้าเพราะจะได้ลุคที่ชัดเจนกว่าเช่นกัน เพียงแค่คุณเลือกเป็นก็สวยดูดีได้ไม่แพ้ใครเลยล่ะ

ข้อห้าม 7 ประการ อย่าทำ…เมื่อแต่งหน้า

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ายุคนี้เป็นยุคที่ผู้หญิงอย่าหยุดสวย แต่เมื่อยังสวยไม่พอ ก็ต้องพึ่งการแต่งหน้าเข้าช่วย แต่ถ้าหากเริ่มต้นแบบผิดๆ แล้วมานั่งสงสัยว่าทำไมฉันถึงสวยไม่เสร็จสักที วันนี้เรามีคำอธิบายและทางแก้มาฝาก ให้สาวๆ ได้สำรวจว่ากำลังทำเช่นนั้นอยู่หรือเปล่า เริ่มจาก…

[ File # csp1745760, License # 1088846 ] Licensed through http://www.canstockphoto.com in accordance with the End User License Agreement (http://www.canstockphoto.com/legal.php) (c) Can Stock Photo Inc. / wacker

โบกรองพื้นหนาเกินไป จริงอยู่ที่รองพื้นคือด่านแรกที่จะช่วยปกปิดริ้วรอยไม่พึงประสงค์บนในหน้าได้ อีกทั้งยังช่วยเกลี่ยสีผิวให้ดูเรียบเนียนเป็นธรรมชาติ แต่ทว่า การโบกรองพื้นที่แสนหนา ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง เพราะมันหนักหน้าแถมยังดูหลอกๆ อีกด้วยซ้ำไป ยิ่งถ้าหากสาวใดลงครบทั้งรองพื้น คอลซีลเลอร์ แล้วยังโบกแป้งแต่งหน้าเพิ่ม ผลที่ได้คือคุณจะเหมือนคนใส่หน้ากาก เพราะมันดูหนาไม่เป็นธรรมชาติ มองแล้วอึดอัด และอาจโดนเมาท์ว่าแต่งหน้าไม่เป็นเอาซะเลยก็ได้นะ

 

หน้าใสแต่ลืม…คอ ผู้หญิงส่วนมากเน้นเรื่องการแต่งหน้าจนลืมไปว่า ส่วนที่โชว์พอๆ กับหน้าคือ คอ ลองคิดดูว่าหากเราแต่งหน้าจัดเต็มทุกอย่าง เรียกไดว่าผ่องออร่ามาแต่ไกล กลับต้องมาสะดุดเพราะคอดำ ใบหน้าลอยโดดออกมาจากคอ ถือว่าพลาดอย่างใหญ่หลวง กลายเป็นคนมามองคอแทนที่จะมองหน้า แบบนี้ก็จบเลย เสียความมั่นใจกันไป ดังนั้นอย่าลืมเตือนตัวเองทุกครั้งที่แต่งหน้าว่าให้ทาคอด้วยนะจ๊ะ ไม่งั้นหน้าลอยคอดำไปโชว์คนอื่น มันก็เสียบุคลิกภาพได้ง่ายๆ ได้นะเอ้า

 

ติดขนตาหนาเป็นแพ หากเดิมเป็นคนที่ขนตาสั้นและอยากแต่งดวงตาให้สวยคมซึ้ง ขนตาปลอมช่วยท่านได้ แต่ถ้าใครที่คิดจะกระหน่ำติดเยอะๆ เพราะคิดว่าสวย…โปรดหยุด เพราะในความเป็นจริงแล้วมันดูหลอกและหนักหน้ามาก ยิ่งบางคนเขียนคิ้วบางเฉียบ กะว่าจะให้เด่นที่ดวงตาสวยหวานปานน้ำผึ้ง แต่ปรากฏว่ามันไม่เข้ากันเอาซะเลย ฉะนั้น ทางแก้คือ ติดแค่พอดี ใช้มาสคาร่าปัดเสริมอีกนิดหน่อยพอ แต่งคิ้วให้เข้ากัน รับรองจบสวยแน่นอน

1.2

ปากแดงจัดคือเซ็กซี่ มันก็จริงอยู่ที่ริมฝีปากแดงสุดเฉี่ยวนั้นมองแล้วให้ความรู้สึกเซ็กซี่ แต่ทว่า ไม่ใช่สำหรับทุกคนที่จะทาปากแดงแล้วเกิด ปัจจัยตัวจริงไม่ได้อยู่ที่ลิปสติก แต่อยู่ที่รูปปากและสีผิวของแต่ละคนต่างหาก อีกทั้งยังขึ้นอยู่กับเรื่องของภายนอกเข้ามาเกี่ยวด้วย เช่น การแต่งตัวเสริมใบหน้า หรือเสื้อผ้าบางชุด บางสไตล์ ก็ไม่เหมาะกับการทาริมฝีปากสีแดงสด เพราะมีผู้หญิงไม่กี่คนเท่านั้นแหละที่จะทาลิปสติกแดงแล้วออกมาสวยเซ็กซี่จริงๆ ถ้าหากคุณลองแล้วไม่เวิร์คก็แนะนำว่าอย่าฝืน ไม่อย่างนั้นล่ะก็นอกจากจะไม่ได้ลุคเซ็กซี่ตามต้องการแล้ว อาจจะดับสนิทไปเลยก็เป็นได้

 

แก้มแดงประหนึ่งงิ้วหลงโรง คนส่วนมากเชื่อว่าแก้มแดงมีเลือดฝาดคือสุขภาพดี หญิงสาวหลายคนจึงเลือกการปัดแก้มแดงๆ เข้าช่วย แต่ทำไมถึงได้ออกมาแดงราวกับงิ้วไปได้ ทางแก้คือปัดเบาๆ อ่อนๆ สัก 2 ครั้งเป็นพอ แค่ให้พอออกสีเรื่อๆ จะดูเป็นธรรมชาติกว่า การปัดจนแดงเกินไปไม่เพียงแต่จะดูเหมือนนางเอกงิ้ว แต่มันบ่งบอกได้ว่าคนๆ นั้นไม่รู้วิธีการแต่งหน้าอย่างแท้จริงอีกด้วย ถ้าอยากสวยใสแบบสาวสุขภาพดี ให้ปัดแก้มแค่พอเบาๆ แล้วกันนะคะ

 

เขียนอายแชร์โดว์เข้ม อายแชร์โดว์คือหนึ่งในเครื่องสำอางที่สาวๆ ขาดไม่ได้ เพราะสิ่งนี้สามารถบันดาลให้ดวงตาของเจ้าหล่อนนั้นกลมโต และสวยเฉียบ แต่การเขียนอายแชร์โดว์แบบผิดที่ผิดทาง เช่น เน้นที่ใต้ตามากๆ มองแล้วเหมือนคนป่วย เหนื่อยล้า หรือบางคนเบลนด์สีไม่เข้ากันจนเห็นเส้นแบ่งสีชัดเจน ทางแก้คือ เลือกอายแชร์โดว์ที่เป็นสีโทนเดียวกับผิว แต่ให้สว่างกว่าสักนิดหนึ่งมาลง จะช่วยให้ดูสวยเนียนมากขึ้น อีกทั้งยังขับสีของอายแชโดว์ให้ออกมาสวยเด่นสะกดสายตาคนมองได้อีกด้วยนะ

Makeup artist applying eyeshadow

ทำทุกอย่างที่กล่าวมา อาจพาให้เกิดหายนะได้ คิดดูว่าแต่ละอย่างก็พาให้ดับอยู่แล้ว ยิ่งเอาจุดดับทั้งหมดมารวมกัน มันจะทำให้คุณเสียเซลฟ์ขนาดไหน ถ้ามีใครต่อใครมองแล้วหัวเราะหรือซุบซิบนินทา หรืออาจถึงขั้นทักโดยเสียมารยาทให้คุณเจ็บใจมากขึ้น ถ้าอยากสวยจงเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรมเหล่านี้ซะ เพราะไม่เกิดผลดีกับตัวคุณแน่นอน

ไอเดียสร้างห้องทำงานภายในบ้าน..ให้สวยสงบและคงความเป็นส่วนตัว

1.1-work-at-home1

การตกแต่งบ้านที่เลือกให้มีห้องสำหรับการทำงานส่วนตัวเอาไว้ภายในหรือที่เราเรียกกันว่า “โฮมออฟฟิศ” กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นในยุคปัจจุบัน เนื่องจากเทคโนโลยีช่วยให้เราสามารถเชื่อมต่อกับผู้คนบนโลกได้เพียงปลายนิ้วคลิก การทำงานอยู่บ้านจึงไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันอีกต่อไป ผู้คนจำนวนมากจึงเลือกใช้บ้านให้เป็นทั้งที่พักอาศัยและสถานที่ทำงานไปในตัว การออกแบบบ้านในลักษณะนี้ให้สวยงามและมีคุณภาพเพื่อช่วยสร้างความรู้สึกมีความสุขในขณะทำงาน เป็นสิ่งที่ทำให้ผู้คนได้มีเวลาใช้ชีวิตของตัวเองไปพร้อมๆ กับการทำงานได้อย่างเต็มที่

การออกแบบห้องทำงานภายในบ้านที่ดี ควรเป็นส่วนตัวจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก เพราะจะช่วยสร้างสมาธิ ความสงบและบรรยากาศผ่อนคลายให้เกิดขึ้นมากกว่าความตึงเครียด ดังนั้นเราลองมาดูไอเดียการจัดวางพื้นที่ห้องทำงานภายในบ้านให้กลายเป็นสวรรค์มากขึ้นกันค่ะ

1.2-designing-a-home-office-plain-ideas-2-on-home-design-ideas

สร้างความเป็นส่วนตัวของห้องทำงานให้แยกออกจากบ้านอย่างชัดเจน

การแยกออกจากบ้านในที่นี้ไม่ใช่การแยกตัวห้องทำงานออกไปอยู่ด้านนอกตัวบ้านแต่อย่างใด ทว่าหมายถึงการสร้างความเป็นส่วนตัวให้คนในบ้านได้ทราบบริเวณนี้คือพื้นที่ๆ ไม่ต้องการถูกรบกวนจากสิ่งใดในระหว่างวัน ภายในห้องทำงานที่ดีควรมีพื้นที่เล็กๆ เป็นมุมโปรดสร้างบรรยากาศที่น่ามอง ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้สีเขียว มุมน้ำตกเล็กๆ หรือหน้าต่างับแสงธรรมชาติที่ปิดด้วยผ้าม่านบางๆ เพื่อไม่ให้ห้องจ้าจนเกินไป หากก่อผนังขึ้นมาเป็นสัดส่วนได้จะยิ่งดี เพื่อช่วยสร้างความชัดเจนให้ห้องน่าใช้งานได้มากขึ้น

เลือกตำแหน่งห้องทำงานให้เหมาะสม

ห้องทำงานที่ดีควรถูกจัดวางอยู่ในทิศที่เหมาะสม เพื่อช่วยรับลมบริสุทธิ์จากภายนอกเข้ามาในระหว่างวัน ลดความร้อนจากแสงแดด และทำให้ห้องมีบรรยากาศที่ผ่อนคลาย ลดการใช้เครื่องปรับอากาศ ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายไปในตัว นอกจากนี้บริเวณรอบๆ ห้องทำงานจะต้องไม่อยู่ใกล้กับตำแหน่งห้องที่มีเสียงดัง ไม่ว่าจะเป็นห้องครัวที่มักมีเสียง กลิ่นและควันอันไม่พึงประสงค์ลอยเข้ามารบกวนการทำงาน ห้องนั่งเล่นที่สมาชิกในครอบครัวมักเข้ามารวมตัว หรือห้องดูหนังฟังเพลงที่ควรหลีกเลี่ยงเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งส่วนใหญ่นักออกแบบมักจะเลือกห้องทำงานให้อยู่ในทางทิศใต้หรือตะวันตกของบ้านเพื่อรับลมและแสงธรรมชาติอย่างเพียงพอในจุดที่สมดุล

แยกส่วนทางเข้า-ออกขนาดเล็กเพื่อความเป็นส่วนตัว

บ้านบางหลังมีสมาชิกภายในครอบครัวอยู่ด้วยกันจำนวนมาก ทำให้การทำงานบางครั้งเกิดอุปสรรคทางเสียง การเดินเชื่อมต่อกับห้องต่างๆ โดยไม่จำเป็นอาจจะทำให้เสียสมาธิในการทำงานเอาได้ ทางที่ดีหลังจากกั้นห้องเป็นส่วนตัวแล้ว ออกแบบประตูทางเข้าทั่วไปสำหรับเชื่อมโยงภายในบ้าน และให้มีประตูขนาดเล็กเอาไว้เชื่อมต่อแค่ห้องบางส่วนที่ต้องการใช้งาน อย่างห้องน้ำหรือห้องนอน เพื่อจะได้ไม่ต้องออกไปวุ่นวายกับสถานการณ์ต่างๆ ในบ้าน ให้การทำงานราบรื่นและมีความสุขได้อย่างเต็มที่

1.3home-office-design-ideas-stunning-ideas-1-on-home-design-ideas

เลือกใช้ผนังกั้นแบบกันเสียงหรือกั้นด้วยผนังปิดทึบ

ความเป็นส่วนตัวเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ห้องทำงานดูสมบูรณ์แบบ การใช้งานที่ดีอาจจะออกแบบด้วยฉากกั้นห้องป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอก ช่วยสะท้อนเสียงรบกวนไม่ให้เข้ามาได้ และทางที่ดีลองหันมาใช้ผนังแบบปิดทึบอีกหนึ่งตัวช่วย เพื่อให้เราสามารถจดจ่ออยู่กับการทำงานได้มากขึ้น หากห้องดูอึดอัด เพียงแค่เจาะหน้าต่างเล็กๆ สักบานหนึ่งเอาไว้คอยดูความเคลื่อนไหวภายในบ้าน และหากต้องการความเป็นส่วนตัวมากๆ ก็ควรออกแบบให้หน้าต่างสามารุปิดทึบได้ด้วย

เพียงเท่านี้ก็จะได้บ้านแบบโฮมออฟฟิศเอาไว้ทำงานได้อย่างเป็นส่วนตัว แต่อย่าลืมทำงานจนลืมใช้ชีวิตกับครอบครัวในระหว่างวันด้วย เพื่อให้บ้านเป็นสถานที่อบอุ่นระหว่างสมาชิกที่สมดุลไปกับการทำงานอันแสนสุขได้อย่างพอดีนั่นเองค่ะ